Monday, January 16, 2017

รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ระดับชาติ ครูพัชรินทร์ กันวะนา (ตอน ๒)

รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ระดับชาติ 
ครูพัชรินทร์  กันวะนา  (ตอน ๒)

การประเมินตัวชี้วัดเฉพาะ
องค์ประกอบที่ ๑ คุณลักษณะของครูและการจัดการเรียนรู้ 
ตัวชี้วัดที่ ๒ การวางแผนการจัดการเรียนรู้
                   ๒.๑ วิเคราะห์ผู้เรียน
                   ผู้รายงานได้วิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลด้วยการทำวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นของผู้เรียน เพื่อให้เข้าใจสภาพผลสำเร็จและปัญหาของผู้เรียน หาแนวทางปรับปรุงและพัฒนา ทั้งนี้เพื่อพัฒนาผู้เรียนได้ตรงตามสภาพจริงมากขึ้นได้ จึงได้ศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (CAR๑) :  การวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน    มีเอกสารที่เกี่ยวข้องดังนี้  
๑) กระบวนการดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  
๒)  ระเบียนสะสม  
๓)  ปพ.๕ และ ปพ.๖  
๔)  แบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ)  
๕)  แบบประเมินวุฒิภาวะทางอารมณ์  
๖)  บันทึกการเยี่ยมบ้านผู้เรียน  
๗)  แบบบันทึกข้อมูล CAR๑A, CAR๑B, CAR๑C, CAR๑D


                  ๒.๒ วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา
             ผู้รายงานได้วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีการประเมินผลการใช้หลักสูตร และปรับปรุงหลักสูตรต่อไป  แนวทางการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ดังนี้
๑.  ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
๒.  จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑  วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว  วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และวิชาอาเซียนศึกษา  โดยการวิเคราะห์สาระการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ประกอบด้วยรหัสวิชาชื่อรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับชั้น เวลาเรียน/หน่วยกิต คำอธิบายรายวิชา มาตรฐานตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้
๓.  จัดทำโครงสร้างรายวิชา  เพื่อให้ทราบว่ารายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมประกอบด้วยหน่วยการเรียนรู้เวลาในการจัดการเรียนการสอน สัดส่วนการเก็บคะแนน
๔.  จัดทำหน่วยการเรียนรู้ การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ มี 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมาย หลักฐานการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้
๕.  จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  ให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ เหมาะสมกับเวลาและการพัฒนาผู้เรียน
สรุปได้ว่า  หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม             มีแนวทางการจัดทำโดยการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลาง มีคำอธิบายรายวิชา มาตรฐาน ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ โครงการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้สู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

                 ๒.๓ วิเคราะห์ความพร้อมของสื่ออุปกรณ์
ผู้รายงานดูแลความเรียบร้อยของห้องเรียน โดยการจัดทำบันทึกการสำรวจความพร้อมของ สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์ประกอบการสอน เครื่องอำนวยความสะดวกในห้องเรียน เช่น พัดลม ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์  โปรเจคเตอร์ อินเตอร์เน็ต ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา  เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้ามาใช้งาน สามารถใช้ งานได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อชำรุด หรือเสียหายที่อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน ก็สามารถซ่อมแซม ปรับปรุงได้ทันเวลา

                 ๒.๔ ออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นบูรณาการ
ผู้รายงานจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตร และออกแบบหน่วยการเรียนรู้ มีการบูรณาการตามหลักสูตร เน้นบูรณาการในสารการเรียนรู้ ทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษในแต่ละหน่วยการเรียนรู้  รวมทั้งบูรณาการเนื้อหา สาระร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ เช่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  การงานอาชีพและเทคโนโลยี ศิลปะ เป็นต้น

                  ๒.๕ ออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ผู้รายงานได้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน เป็นเวลา ๒๑ ปี และวิชาอาเซียนศึกษา วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว เป็นเวลา ๔  ปี เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่ประชาคมอาเซียน  ได้ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ตามแนวทางของ Backward Design โดยเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  กระตุ้นให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิด  โดยผู้สอนจะต้อง เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้จัดบรรยากาศเชิงบวก  สร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนต้องการเรียนรู้  ฝึกกรบวนการคิด วิเคราะห์  ลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ร่วมกับเจ้าของภาษา เป็นความรู้ฝังแน่น แล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
จากประสบการณ์สอนของผู้รายงาน พบว่าผู้เรียนไม่มีโอกาสได้ใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน เนื่องจากอำเภอดอยเต่าอยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ๑๓๕ กิโลเมตร ระยะทางค่อนข้างไกล สถานที่ท่องเที่ยวมีจำนวนน้อย ชาวต่างประเทศไม่นิยมมาท่องเที่ยว อีกทั้งผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ใช้ภาษาท้องถิ่นในการสื่อสาร  และจากการสำรวจความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ดังนี้
·    รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รหัสวิชา  อ ๒๑๑๐๑  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
แผนการเรียนรู้ที่ ๑  หน่วยที่ ๑  My Name                            จำนวน ๑๒  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๒  หน่วยที่ ๒ My Personal  Information          จำนวน ๑๒  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๓  หน่วยที่ ๓  My Family                            จำนวน ๑๒  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๔  หน่วยที่ ๔  My Appearance                     จำนวน ๑๒  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๕  หน่วยที่  ๕ My Home Town                    จำนวน ๑๒  ชั่วโมง 
               กิจกรรมที่ใช้ได้แก่  ได้แก่  ฝึกพูดสนทนาภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยนกันภายในห้องเรียน ทั้งครูและนักเรียน และการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้หลากหลายแล้วนำเสนอด้วยเทคโนโลยี โดยให้มีภาพ พร้อมบันทึกเสียงของนักเรียนในการนำเสนอ
·   รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รหัสวิชา อ ๓๓๑๐๑  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
แผนการเรียนรู้ที่ ๑  หน่วยที่ ๑  Oral Expressions จำนวน ๑๔  ชั่วโมง  กิจกรรมที่ใช้ได้แก่  ฝึกพูดสนทนาภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยนกันภายในห้องเรียน ทั้งครูและนักเรียน การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้หลากหลายแล้วนำเสนอด้วยเทคโนโลยี โดยให้มีภาพ พร้อมบันทึกเสียงของนักเรียนในการนำเสนอ และฝึกทักษะภาษาอังกฤษการแสดงละคร โดยการให้นักเรียนคิด วิเคราะห์ เน้นการมีส่วนร่วมของทุกคนในกลุ่ม จัดทำบทละคร แสดงละครด้วยการใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดทำ
แผนการเรียนรู้ที่ ๒  หน่วยที่ ๒ English Project Work จำนวน ๑๔  ชั่วโมง  กิจกรรมที่ใช้ได้แก่  เรียนรู้ภาษาด้วยโครงงานภาษาอังกฤษแล้วนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ และการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้หลากหลายแล้วนำเสนอด้วยเทคโนโลยี โดยให้มีภาพ พร้อมบันทึกเสียงของนักเรียนในการนำเสนอ
แผนการเรียนรู้ที่ ๓  หน่วยที่ ๓  English Grammar for O-Net จำนวน ๑๒  ชั่วโมง  กิจกรรมที่ใช้ได้แก่ การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้หลากหลายแล้วนำเสนอด้วยเทคโนโลยี โดยให้มีภาพ พร้อมบันทึกเสียงของนักเรียนในการนำเสนอ และฝึกทำข้อสอบเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบO-Net
 ·          รายวิชาอาเซียนศึกษา (ASEAN Studies)  สาระเพิ่มเติม  รหัสวิชา  อ ๒๐๒๐๓  
แผนการเรียนรู้ที่ ๑  หน่วยที่ ๑  Introduction to ASEAN             จำนวน ๖  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๒  หน่วยที่ ๒ ASEAN Members                     จำนวน ๖  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๓  หน่วยที่ ๓  Countries in ASEAN                 จำนวน ๘  ชั่วโมง 
 กิจกรรมที่ใช้ได้แก่  ฝึกพูดสนทนาภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยนกันภายในห้องเรียน ทั้งครูและนักเรียน
และการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้หลากหลายแล้วนำเสนอด้วยเทคโนโลยี โดยให้มีภาพ พร้อมบันทึกเสียงของนักเรียนในการนำเสนอและฝึกทักษะการเขียนบรรยายเรื่องจากภาพ คำถาม การเขียนตามคำบอก (Dictation)  การคัดลอก (Copying) การเลียนแบบ (Reproduction) การเขียนประโยคเอง (Recombination) การเขียนจากสิ่งที่กำหนดให้ (Guided writing)
              รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว สาระเพิ่มเติม  รหัสวิชา  อ ๓๐๒๒๙  
แผนการเรียนรู้ที่ ๑  หน่วยที่ ๑ Basic English for Tourists เรื่อง English for Daily life  จำนวน ๑๐  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๒  หน่วยที่ ๑ Basic English for Tourists เรื่อง  Easy Self Introduction จำนวน ๑๐  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๓  หน่วยที่ ๒  Introduction to ASEAN                       จำนวน ๖  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๔  หน่วยที่ ๒ ASEAN Members                               จำนวน ๖  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๕  หน่วยที่ ๒  Countries in ASEAN                          จำนวน ๘  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๖  หน่วยที่ ๓  Tourist Attraction in My Hometown     จำนวน ๒๐  ชั่วโมง 
     กิจกรรมที่ใช้ได้แก่  ฝึกพูดสนทนาภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยนกันภายในห้องเรียน ทั้งครูและนักเรียน
และการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้หลากหลายแล้วนำเสนอด้วยเทคโนโลยี โดยให้มีภาพ พร้อมบันทึกเสียงของนักเรียนในการนำเสนอและฝึกทักษะการเขียนบรรยายเรื่องจากภาพ คำถาม การเขียนตามคำบอก (Dictation)  การคัดลอก (Copying) การเลียนแบบ (Reproduction) การเขียนประโยคเอง (Recombination) การเขียนจากสิ่งที่กำหนดให้ (Guided writing)
              รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร  สาระเพิ่มเติม  รหัสวิชา  อ ๒๐๒๐๕  
แผนการเรียนรู้ที่ ๑  หน่วยที่ ๑  Introduction to ASEAN                       จำนวน ๖  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๒  หน่วยที่ ๒ ASEAN Members                              จำนวน ๖  ชั่วโมง 
แผนการเรียนรู้ที่ ๓  หน่วยที่ ๓  Countries in ASEAN                          จำนวน ๘  ชั่วโมง 
        กิจกรรมที่ใช้ได้แก่  ฝึกพูดสนทนาภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยนกันภายในห้องเรียน ทั้งครูและนักเรียน
และการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้หลากหลายแล้วนำเสนอด้วยเทคโนโลยี โดยให้มีภาพ พร้อมบันทึกเสียงของนักเรียนในการนำเสนอ



รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ระดับชาติ ครูพัชรินทร์ กันวะนา (ตอน ๑)

รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ระดับชาติ 
ครูพัชรินทร์  กันวะนา  (ตอน ๑)

การประเมินตัวชี้วัดเฉพาะ
องค์ประกอบที่ ๑ คุณลักษณะของครูและการจัดการเรียนรู้
          ตัวชี้วัดที่ ๑ คุณลักษณะของครู
                   ๑.๑ ครูมีลักษณะประชาธิปไตย
                   ผู้รายงานมีลักษณะประชาธิปไตย โดยปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีในวิถีประชาธิปไตยด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกศิษย์และคนอื่น ๆ เน้นให้นักเรียนเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งทางกาย วาจา เคารพในสิทธิของผู้อื่นและเคารพต่อกฎ ระเบียบของสังคม วัฒนธรรม และประเพณี ปลูกฝังให้นักเรียนความสามัคคี กลมเกลียวกัน โดยนำกระบวนการกลุ่มมาใช้ในการทำงานร่วมกัน คิดร่วมกัน อยู่ร่วมกัน ส่งเสริมให้เด็กใช้สติปัญญาในการดำเนินงานและแก้ปัญหา โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดง ความคิดเห็น พูดจาโต้ตอบด้วยเหตุผล  ให้ความร่วมมือช่วยเหลือ เสียสละ ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ เพื่อให้เกิดความรัก สามัคคีของชุมชนและท้องถิ่น ส่งผลให้ได้รับรางวัลครูดีในดวงใจ  จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๕  ปี ๒๕๕๒  รางวัลครูผู้ดูแลระบบช่วยเหลือนักเรียนดีเด่น  จากเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๔ ปี ๒๕๕๖-๗  รางวัลเพชรล้านนา’ ๓๔ ตามโครงการครูมืออาชีพ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ และ รับรางวัลครูดีไม่มีอบายมุข  จากเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๔ ปี ๒๕๕๗ 



          ๑.๒ ครูใช้เทคนิค และทักษะการสอนเหมาะสม
           การสอนครูต้องใช้เทคนิคและทักษะการสอนที่สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียนและบทเรียน 
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ เจตคติ และทักษะตามที่หลักสูตร ผู้รายงานจัดกิจกรรมโดยใช้เทคนิค ดังนี้
๑. ตอบสนองพฤติกรรมของผู้เรียนโดยใช้เทคนิคการเสริมแรงที่เหมาะสม เช่น ใช้วาจา ใช้ ท่าทาง ให้รางวัล และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตลอดจนให้ทำกิจกรรมที่ผู้เรียนชอบ ครูควรเริมแรงให้ทั่วถึงและเหมาะสม
๒. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น และยอมรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน แสดง ให้ผู้เรียนเห็นว่าความคิดของเขามีประโยชน์ พยายามนำความคิดเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้
๓. ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม การให้ทำงานเป็นกลุ่มจะช่วยให้ผู้เรียนรู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้ใช้ความรู้ความคิดความสามารถที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ฝึกการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ในการมอบหมายงาน ควรคำนึงถึงความยากง่ายของงาน ความรู้และ ความสามารถของผู้เรียนในกลุ่ม เพื่อให้งานกลุ่มประสบความสำเร็จ เป็นการสร้างความรู้สึกทางบวกให้แก่ผู้เรียน งานใดที่ครูเห็นว่ายาก ครูควรเข้าไปดูแลกระตุ้นให้ผู้เรียนช่วยกันคิดแก้ปัญหาในกลุ่มของตน ฝึกให้ผู้เรียนใช้วิธีการหลาย ๆ แบบจนสามารถ แก้ปัญหาได้สำเร็จ

๔. ใช้เทคนิคและวิธีสอนที่หลากหลาย ครูควรคิดค้นคว้าและ แสวงหาแนวทางวิธีการใหม่ ๆ มาใช้จัดการเรียนการสอน วิธีการสอนควรเป็นวิธีที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ นักเรียนเป็นผู้กระทำกิจกรรม เช่น วิธีการสอนแบบกลุ่มสัมพันธ์ ( Community Language Learning )  เน้นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร สิ่งที่นำมาเรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ การฝึกให้ ผู้เรียนใช้โครงสร้างประโยค คำศัพท์และเสียง ส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การประเมินผลการเรียนนั้นจะเป็นการทดสอบแบบบูรณาการ โดยให้นักเรียนประเมินตนเองดูจากการเรียนรู้ของตนเอง และความก้าวหน้าของตน  รวมทั้งใช้วิธีสอนตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ( Communicative Approach ) ภาษาในการสื่อสารจากสถานการณ์จริง  สื่อสารกับเจ้าของภาษา จำลองเหตุการณ์  การแสดงบทบาทสมมุติ การแสดงละคร เป็นต้น  และวิธีการสอนแบบโครงการ ( Project Method ) เป็นวิธีที่สอนให้ผู้เรียนทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งที่ผู้เรียนสนใจ หรือตามที่ครูมอบหมายให้ทำ ผู้เรียนจะดำเนินการอย่างอิสระ และมีอิสระในการใช้ภาษาอย่างเต็มที่  ครูเป็นเพียงผู้ชี้แนะช่วยเหลือและติดตามผลงานของผู้เรียนว่าดำเนินการ ความก้าวหน้า อุปสรรคการประเมินผลงาน  ตลอดจนนวัตกรรมการสอนที่น่าสนใจ เหมาะสมกับบทเรียน ระยะเวลา สติปัญญา และวัยของผู้เรียน

         ๑.๓ ครูปกครองชั้นเรียนด้วยความยุติธรรมใช้ระเบียบ กฎเกณฑ์ที่ทุกคนยอมรับ
ผู้รายงานได้ปกครองชั้นเรียนด้วยความยุติธรรม ยึดหลักประชาธิปไตย ใช้ระเบียบกฎเกณฑ์ที่ทุกคนยอมรับ ยินดีปฏิบัติ โดยยึดหลักดังนี้
๑.      หลักประชาธิปไตย  ให้ความสำคัญต่อนักเรียนเท่าเทียมกัน ให้ความเสมอภาคให้อิสระ 
ให้โอกาสแก่ทุกคนในการแสดงความคิดเห็น ยินดีรับฟังความเห็นของทุกคน และฝึกให้นักเรียนปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น ให้รู้จักการอยู่ร่วมกันอย่างประชาธิปไตย
๒.      หลักความยุติธรรม ให้ความยุติธรรมแก่นักเรียนทุกคนโดยทั่วถึง ส่งผลให้นักเรียนยินดี
ปฏิบัติตามกฎระเบียบของครู ยินดีปฏิบัติตามคำอบรมสั่งสอนของครู ตลอดจนไม่สร้างปัญหาในชั้นเรียน
๓.      หลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งมีความหมายดังต่อไปนี้
เมตตา หมายถึง ความรักและเอ็นดุ ความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข
กรุณา หมายถึง ความสงสาร คิดจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
มุทิตา หมายถึง ความยินดีด้วยเมื่อผู้อื่นได้ลาภยศ สุข สรรเสริญ
อุเบกขา หมายถึง ความเที่ยงธรรม การวางตัวเป็นกลาง การวางใจเฉย
เป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียน
๔.  หลักความใกล้ชิด เอาใจใส่ สนใจ ใกล้ชิดกับนักเรียน ด้วยการกระทำดังนี้
๑) รู้จักนักเรียนในชั้นทุกคน รู้จักชื่อจริง ชื่อเล่น ความสนใจของเด็กแต่ละคนเป็นต้นว่า
งานอดิเรก มีพี่น้องกี่คน จุดเด่น จุดด้อย ของนักเรียนแต่ละคน
๒) แสดงความสนใจในสารทุกข์สุขดิบของเด็กแต่ละคน เช่น หมั่นถามความเป็นไปของ
พี่น้อง คือ ไม่เพียงรู้แต่ว่าเด็กเป็นอะไรในข้อ 1 แต่รู้ข่าวคราวเคลื่อนไหวของสิ่งเหล่านั้นด้วย
๓) สละเวลาของนอกเหนือจากงานสอน ได้แก่ เวลาเย็นหลังเลิกเรียน ช่วงพักระหว่างการเรียน เพื่อช่วยเด็กที่ต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ให้คำปรึกษา คำแนะนำได้ตลอดเวลา
๔) ใกล้ชิด สัมผัสทั้งร่างกายและจิตใจ คำสั่งสอนและการกระทำของครูจะต้องสอดคล้องกัน
เป็นต้นว่า ถ้าครูจะอบรมสั่งสอนเด็กเรื่องความซื่อสัตย์ ครูจะต้องปฏิบัติตนเป็นคนซื่อสัตย์ด้วยเช่นกัน กายสัมผัสก็เป็นสิ่งจำเป็น การจับต้องตัวบ้าง จะเป็นสื่อนำให้เด็กรู้สึกถึงความใกล้ชิดสนิทสนม

๑.๔ ครูและนักเรียนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
ผู้รายงานมีความสัมพันธ์อันดีต่อนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถาม ให้นักเรียนมีความสบายใจในการทำกิจกรรม บรรยากาศภายในห้องเรียนไม่ตึงเครียด น่าเรียน น่าสอน แนวทางในการสร้างความสัมพันธ์ ผู้รายงานดำเนินการ ดังนี้
๑. เริ่มสร้างความสัมพันธ์ ยิ้ม ทักทายอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง
๒. พูดทางบวกและทางลบอย่างสม่ำเสมอ
๓. สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจอย่างชัดเจน เป็นระบบ ใช้คำพูดที่เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ น้ำเสียงอบอุ่น ยอมรับ เห็นใจ เข้าใจ ส่งเสริมให้นักเรียนคิดแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเห็น มีคำชมเมื่อนักเรียนทำงานได้ดี ทันเวลา มาเรียนสม่ำเสมอ เป็นต้น
๔. สร้างข้อตกลง ระเบียบ กฎ กติกาในชั้นเรียนควบคุมดูแลการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม
นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน โดยผู้รายงานเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน ปกครองดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง              รู้ข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล เยี่ยมบ้านนักเรียน และแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน

๑.๕ ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองเพื่อการพัฒนา
โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และรับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครอง ชุมชน โดยผ่านระบบเว็บไซต์โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม และได้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานภาคเรียนละ ๒ ครั้ง และดำเนินการประชุมผู้ปกครองนักเรียนภาคเรียนละ ๑ ครั้ง และมีการประชุมชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง โดยได้มีการเลือก ประธาน รองประธาน และเลขานุการ เพื่อประสานงาน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (ผู้รายงานเป็นตัวแทนครูในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน)


Thursday, December 15, 2016

ห้องเรียนคุณภาพ

ห้องเรียนคุณภาพรายวิชาภาษาอังกฤษ

ครูพัชรินทร์  กันวะนา

หลักการและเหตุผล
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.2542  แก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2545 มาตรา 34  กำหนดแนวทางในการจัดการศึกษาไว้ว่า  การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  ฉะนั้นครูผู้สอนและผู้จัดการศึกษาจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ชี้นำ  ผู้ถ่ายทอดความรู้ไปเป็นผู้ช่วยเหลือส่งเสริม และสนับสนุนผู้เรียน สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตามโครงการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ ให้มีการเปลี่ยนแปลง สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในโรงเรียน และสามารถค้นหาวิธีปฏิบัติที่ประสบสำเร็จเป็นเลิศ  และได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ ในระดับปฏิบัติ คือระดับห้องเรียน ซึ่งห้องเรียนคุณภาพ( Quality  Classroom )เป็นแนวทางหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพ พอสรุปได้ดังนี้ 
1) พัฒนาตนเองเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่ห้องเรียน 
2) ออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน 
3) ใช้สื่อ  ICT เพื่อการสอนและสนับสนุนการสอน 
4) วิจัยในชั้นเรียน (CAR) : ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับธรรมชาติของผู้เรียนหรือเนื้อหาวิชา เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง  
5) สร้างวินัยเชิงบวก : เน้นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หรือคุณลักษณะ ด้วยกระบวนการเสริมแรงเชิงบวก


วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
1.  เพื่อพัฒนาตนเองเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง
2.  เพื่อจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและออกแบบการเรียนรู้รายวิชาภาษาอังกฤษ   
3.  ใช้สื่อ ICT เพื่อการสอนและสนับสนุนการสอน 
4.  เพื่อทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน CAR1, CAR2, CAR3, CAR4
5.  เพื่อสร้างวินัยเชิงบวก

กระบวนการผลิตผลงาน หรือขั้นตอนการดำเนินงาน  หรือวิธีดำเนินการวิจัย
1.       ขั้นวางแผน (Plan) 
1.1         วางแผนการทำงานของตนเอง (ID Plan)
1.2   ครูศึกษาค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมจาก TEPE Online และอื่น ๆ
1.3   ศึกษาวิเคราะห์หลักการ จุดมุ่งหมาย โครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ.2551 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 
1.4   จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โดยนำสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด มาเขียน
เป็นคำอธิบายรายวิชา จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จากนั้นนำสาระการเรียนรู้มาวิเคราะห์แยกเป็นหัวข้อทำการวิเคราะห์หลักสูตร
1.5   รวบรวมแนวข้อสอบ O-Net สำรวจความต้องการของท้องถิ่น  สำรวจแหล่งเรียนรู้
ในท้องถิ่น ออกแบบสอบถามพฤติกรรมของผู้เรียน
1.6   จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารที่เน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญ โดยนำหลักสูตรแกนกลาง  หลักสูตรสถานศึกษา แนวข้อสอบ O-Net วิเคราะห์ลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ที่เพื่อให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของท้องถิ่น
1.7   สำรวจความพร้อมของสื่อ และจัดเตรียมสื่อการสอน วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในห้องเรียน
คุณภาพครูพัชรินทร์  กันวะนา เช่น คอมพิวเตอร์  โปรเจคเตอร์  โต๊ะ เก้าอี้ มุมแหล่งเรียนรู้           สื่อออนไลน์  แบบฝีก เป็นต้น
1.8   วิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อจำแนกศักยภาพของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง
บุคคล ประสบการณ์พื้นฐานความรู้เดิม และวิธีการเรียนรู้ โดยจัดทำวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน : การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล (CAR1) เรื่อง การวิเคราะห์ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2558
1.9   จากนั้นนำแผนการจัดการเรียนรู้ ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์แล้วนำมา
ปรับปรุงแก้ไขตามที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้จริง

2.       ขั้นดำเนินการ  (Do) 
2.1   จัดการเรียนรู้โดยใช้ ICT ช่วยสอนตามแนววิธีสอนภาษาเพื่อการสื่อสารที่เน้นทักษะ
กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่ม และกระบวนการคิด เช่น  สื่อออนไลน์  สื่อDLIT สื่อในยูทูป สื่อที่ครูผลิตด้วยโปรแกรม Power Point  เพื่อสร้างความสนใจให้ผู้เรียนให้พร้อม
2.2   มีระเบียบการใช้ห้องเรียนเพื่อควบคุมการจัดกิจกรรมในห้องเรียน มีเกณฑ์การให้
คะแนนที่ชัดเจน โดยทั้งครูและนักเรียนร่วมกันหาคิดหาข้อตกลงการใช้ห้องเรียน
2.3   จัดทำวิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อจำแนกศักยภาพของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่าง
ระหว่างบุคคล ประสบการณ์พื้นฐานความรู้เดิม และวิธีการเรียนรู้ โดยจัดทำวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน : การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล (CAR1)  การวิเคราะห์ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา    ปีที่ 6 ปีการศึกษา 2558  ประเมินความรู้ก่อนเรียนและจัดกลุ่มเด็ก ได้แก่ เด็กเก่ง ปกติ อ่อน โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนให้เด็กปกติ สำหรับเด็กเก่งมีการเสริมทักษะด้วยใบความรู้ ใบงานเพิ่มเติม  ส่วนเด็กอ่อนได้จัดกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนโดยให้เด็กเก่งช่วยสอนเด็กอ่อน และมีคะแนนพิเศษให้เด็กเก่ง เป็นการสร้างวินัยเชิงบวกให้ผู้เรียนโดยใช้คะแนน ความเอื้ออารี ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้นเรียน
2.4   สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนในขณะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ บันทึกเก็บข้อมูล
เพื่อจัดทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน : การประเมินเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ (CAR2)

3.       ขั้นตรวจสอบ  (Check)
3.1   วัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามสภาพจริง  ด้วยวิธีการที่หลากหลาย 
ได้นำเครื่องมือวัด  มีการทดสอบสอบหลังเรียน  เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและมีการประเมินผลระหว่างเรียนด้วยแบบฝึกหัด การฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินด้วยการเปลี่ยนกันตรวจกับเพื่อน หรือประเมินการทำงานร่วมกันทั้งครู ผู้เรียน และผู้ปกครอง ให้คำแนะนำการทำกิจกรรม หากผู้เรียนมีปัญหา ได้แนะนำและแก้ไขปัญหาโดยการให้เพื่อนช่วยเพื่อน  หรือนำสื่อซีดี ใบงาน ใบความรู้ แบบฝึกหัดที่ผู้สอนจัดทำขึ้นให้ผู้เรียนไปศึกษาที่บ้านเพิ่มเติม
3.2   จัดทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน : กรณีศึกษาผู้เรียน (CAR3) เรื่อง ปัญหาการเรียนรู้
ช้าของผู้เรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 4
4.       ขั้นสรุปผล  (Action) 
4.1   ทำการบันทึกผลการเรียนรู้หลังเรียนทุกหน่วยการเรียนรู้เพื่อเตรียมปรับปรุง แก้ไขปัญหา
ในครั้งหน้า
4.2   สรุปผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายภาคให้ผู้บังคับบัญชาทราบและแนะนำแนว
ทางการแก้ปัญหาต่อไป โดยการจัดทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน : การประเมินเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ (CAR2
4.3   หลังจากนั้นนำปัญหาจากเรียนการสอนมาจัดทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน : การ

พัฒนานวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ (CAR4) เรื่องผลการใช้ชุดการสอนเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง Oral Expression


 ผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน มีดังนี้1)  ข้าพเจ้าครูพัชรินทร์  กันวะนา พัฒนาตนเองเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยการอบรม พัฒนาความรู้ ทักษะภาษาอังกฤษ เช่น ผ่านการอบรมวิจัยเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่ความเป็นเลิศ การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิคส์ การจัดการเรียนรู้และพัฒนาสื่อการสอนวิชาภาษาอังกฤษ  เป็นผู้ผ่านการเรียนรู้กิจกรรม Knowledge Sharing   การจัดทำหลักสูตร 2551 และการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา  สู่ ทศวรรษที่ 21
2) ได้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ม. 1, 2, 4  และ ม. 6 ที่สมบูรณ์ใช้งานได้จริง
3) ใช้ ICT เพื่อการสอนและสนับสนุนการสอน  และการจัดการเรียนรู้  ได้แก่ การใช้สื่อออนไลน์ DLIT  สื่อจากยูทูป  สื่อที่ครูผู้สอนและนักเรียนผลิต  เช่น Power Point นำเสนองาน ความรู้ เรื่อง Oral Expression,  Tenses เป็นต้น
4) จัดทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน CAR1, CAR2, CAR3, CAR4  ได้แก่      4.1  จัดทำรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน CAR1 ได้รู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล เห็นความแตกต่างของผู้เรียน เรื่อง การวิเคราะห์ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2558      4.2  จัดทำรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน CAR2  ได้รู้ปัญหาและแนวการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา      4.3  จัดทำรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน CAR3  ได้แก้ไขปัญหาให้ผู้เรียนอย่างเป็นระบบ (CAR3) เรื่อง ปัญหาการเรียนรู้ช้าของผู้เรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 2 คน
      4.4  จัดทำรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน CAR4  ได้นวัตกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียน เรื่อง การพัฒนาแบบฝึก เรื่อง Oral Expression   5)  การสร้างวินัยเชิงบวก ผ่านระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน  ส่งผลให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข ครูผู้สอนและผู้เรียนมีความสัมพันธ์ที่ดี  ดูจากครูผู้สอนได้เป็นครูดีในดวงใจ และแบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้ของครูพัชรินทร์  กันวะนาภาพรวมอยู่ในระดับมาก


Monday, August 22, 2016

Present Continuous Tense
โครงสร้าง  
Present Continuous Tense
Subject + is, am, are + Verb-ing + ( Object )

หลักการใช้
1. เมื่อการกระทำดำเนินอยู่ในปัจจุบัน (ขณะพูด) และต่อเนื่องมาถึงบัดนั้น และจบในอนาคต เช่น
     My uncle is listening to the radio.    (ลุงของผมกำลังฟังวิทย)ุ
     What is he doing?                             (เขากำลังทำอะไรเหรอ?)

2. การกระทำที่เกิดขึ้น ต้องเกิดขึ้นขณะนั้นจริง เช่น
    -  More and more people are using Internet.          (ผู้คนเริ่มเล่นอินเทอร์เน็ตมากขึ้นทุกที)
    -  
Accidents are happening more and more frequently. (อุบัติเหตุเกิดขึ้นมากและบ่อยขึ้น)
3. แสดงเหตุการณ์ในอนาคต เกิดขึ้นแน่นอน เช่น
-   We are planning to go to the beach next week.    (พวกเราวางแผนจะไปเที่ยวทะเลอาทิตย์หน้า)

  -  She is going abroad next Tuesday.       (หล่อนจะไปต่างประเทศวันอังคารหน้า)
4. ถ้าประโยคเชื่อมด้วย and ( 2 ประโยค) ให้ตัด Verb to be ที่อยู่หลัง and ออก เช่น 
  -   My father is smoking a cigarette and watching television.  (คุณพ่อของฉันกำลังสูบบุหรี่และดูโทรทัศน์)
หลักการเติม -ing
1. คำพยางค์เดียวที่มีสระตัวเดียวและมีตัวสะกดตัวเดียว ต้องเพิ่มตัวสะกดอีก 1 ตัว แล้วจึงเติม ing เช่น
run ---> running
วิ่ง
stop ---> stopping
หยุด
2. คำ 2 พยางค์ที่ลงเสียงหนัก (stress) ที่พยางค์ท้าย และพยางค์ท้ายมีสระตัวเดียว มีตัวสะกดตัวเดียว ต้องเพิ่มตัวสะกดอีก 1 ตัว แล้วจึงเติม ing เช่น
begin ---> beginning
เริ่มต้น                      forget ---> forgetting ลืม 
3. คำที่ลงท้ายด้วย e และไม่ออกเสียงตัว e ให้ตัด e ทิ้งก่อน แล้วจึงเติม ing เช่น
make ---> making
ทำ                                  use ---> using ใช้ 
4. คำที่ลงท้ายด้วย ie ให้เปลี่ยน ie เป็น y แล้วจึงเติม ing เช่น
tie ---> tying
ผูก 
5. คำที่ไม่มีลักษณะพิเศษตามข้อ 1-4 ให้เติม ing ได้ทันที เช่น
walk ---> walking
เดิน

กริยาที่ไม่ใช้ใน  Continuous Tenses  ได้แก่
1. กริยาที่แสดงการรับรู้ (verbs of perception)
2. แสดงภาวะของจิตใจ (state of mind)
3. ความรู้สึก (feeling)
4. สัมพันธภาพ (relationship) เช่น
hear ได้ยิน                       love รัก                        remember จำได้                     see เห็น
hate เกลียด                      recognize รู้จัก             feel  รู้สึก                                 know รู้

Exercise  แบบฝึกหัด
1. They ____________ the windows now.
1. is shutting
2. am shutting
3. to
shuting
4. are shutting 
2. He_________ his bedroom now.
1. is cleaning
2. are cleaning
3. am cleaning
4. to cleaning
3. __________ they studying English now?
1. Does
2. Am
3. Is
4. Are
4. The girls ____________in the playground now.
1. is not running
2. are not running
3. not
runing
4. don’t run 
5. The dogs ________ at that boy now.
1. is barking
2. are barking
3. barks
4. to barking
6. She _________on the chair.
1. siting
2. to sitting
3. is sitting
4. are siting
7. _______she playing the computer game?
1. Are
2. Am
3. Is
4. Do 
8. I___________ a picture now.
1. is drawing
2. are drawing
3. am drawing
4. to drawing
9. He ___________TV. at this moment.
1. are watching
2. is watching
3. do watches
4. am watching
10. My father _____________the car now.
1. is not driving
2. are not driving
3. am not driving
4. don’t driving
ครูพัชรินทร์  กันวะนา